วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ร้านทองเหี่ยวเศรษฐกิจเยาวราชไม่คึกคักยอดหด 50%

ร้านทองเหี่ยวเศรษฐกิจเยาวราชไม่คึกคักยอดหด 50%


จัดทำบทความโดย
น.ส.ภัทรภร วัฒนจตุรพร
เลขทะเบียน 5001208045

ผู้ค้าทอง เผย ซื้อ-ขายทองเยาวราชไม่คึกคัก คาดเงินสะพัดแค่หลักร้อยล้าน เหตุเศรษฐกิจทรุด-ราคาแพง ขณะที่สินค้าอื่นยอดหดไปตามๆกัน บางรายเหลือ 50% ด้านก.พาณิชย์ ยันไม่พบพ่อค้าขี้โกง..

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า การซื้อขายทองคำในช่วงตรุษจีนที่เยาวราชยังไม่คึกคัก คาดว่ามีเงินสะพัดหลักร้อยล้านบาท โดยทองรูปพรรณมีการซื้อเพิ่มขึ้นเพียง 10% จากปีก่อน เพราะคนซื้อทองคำแจกให้กันน้อยลง หลังจากทองราคาแพง และเศรษฐกิจไม่ดี แต่การซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไร เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากราคาทองคำลดลงต่ำสุดรอบ 3 เดือน ส่วนแนวโน้มราคาทองคำทั้งปีนี้ จะไม่แพงเท่าปีก่อนที่เคยขึ้นถึงบาทละ 19,200 บาท แต่จะผันผวนขึ้นลงตลอดทั้งปี โดยในช่วง 1 เดือนนี้จะขึ้นลงในกรอบ 1,020-1,120 ออนซ์ต่อเหรียญสหรัฐฯ

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการสำรวจการซื้อขายสินค้าเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีนที่ย่าน เยาวราช ว่า ไม่พบผู้ขายฉวยขึ้นราคาเกินความจริง ส่วนใหญ่เป็นการขึ้นตามฤดูกาล เพราะการผลิตเท่าเดิม หรือลดลง แต่ความต้องการซื้อไปใช้ตามเทศกาลเพิ่มขึ้น ซึ่งกรมจะส่งเจ้าหน้าที่สอดส่องดูแลให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมตลอด เทศกาล เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายอยู่ได้

สำหรับบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องเซ่นไหว้สำหรับเทศกาลตรุษจีน ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช ไม่คึกคักนัก โดยพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เห็นว่ายอดขายตกลงจากปีที่แล้วมาก บางรายลดลงถึง 50% เพราะคนยังกังวลว่าเศรษฐกิจไม่ดี รวมถึงวิตกความวุ่นวายทางการเมือง ประกอบกับ ราคาสินค้าแพงขึ้น ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่าย ที่สำคัญผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า และจัดแพ็คเกจเครื่องเซ่นไหว้อำนวยสะดวกลูกค้ามากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายตามตลาดสด และเยาวราชซบเซาลงอย่างชัดเจน.

ที่มา
http://www.thairath.co.th/content/eco/64259

คำถาม
1. ทองรูปพรรณมีการซื้อเพิ่มขึ้นกี่่ % จากปีก่อน
2. อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ชื่ออะไร
3. เศรษฐกิจเยาวราชไม่คึกคักยอดหดเท่าไหร่

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เทศกาลตรุษจีนปี 53 เงินสะพัดเพิ่มขึ้น 3.2%

เทศกาลตรุษจีนปี 53 : คนกรุงฯใช้จ่ายเม็ดเงินสะพัด 19,600 ล้านบาท...เพิ่มขึ้น 3.2%
นางสาวจตุพร อุทัยบุรมย์
เลขทะเบียน 5001208077
เทศกาลตรุษจีนนับ เป็นเทศกาลจับจ่ายครั้งใหญ่ประจำทุกปีของผู้บริโภคคนไทยเชื้อสายจีน และบรรดาลูกจ้างของร้านค้า/สถานประกอบการที่มีเจ้าของเป็นคนไทยเชื้อสายจีน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ทำการสำรวจ "พฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี'53ของ คนกรุงเทพฯ" โดยในปีนี้ได้ทำการสำรวจเชิงคุณภาพระหว่างวันที่ 18-31 มกราคม 2553 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 455 คน เน้นสัมภาษณ์เฉพาะ "ตัวแทนของครอบครัว"ที่ไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ คาดการณ์ว่ากิจกรรมต่างๆในช่วงเทศกาลตรุษจีนก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในปีนี้ประมาณ 19,600 ล้านบาท เทียบกับเทศกาลตรุษจีนในปี 2552 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 โดยแยกเม็ดเงินสะพัดตามกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

เม็ดเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2553

ปี 2552 ปี 2553
เฉลี่ยต่อคน รวม เทียบกับปี 2551 เฉลี่ยต่อคน รวม เทียบกับปี2552
(บาท) (ล้านบาท) (ร้อยละ) (บาท) (ล้านบาท) (ร้อยละ)
เครื่องเซ่นไหว้ 3,300 4,700 +2.2 3,450 4,900 +4.3
การแจกอั่งเปา 5,800 7,400 -5.1 6,000 7,400 -
กิจกรรมนอกบ้านในกทม.
/เที่ยวเช้าไปเย็นกลับ 1,000 1,900 +5.6 1,100 2,100 +10.5
เที่ยวในประเทศ
แบบค้างคืน 4,487 3,500 +6.1 4,400 3,600 +2.8
เที่ยวต่างประเทศ 31,250 1,500 -16.7 32,000 1,600 +6.7
รวม 19,000 -1.6 19,600 +3.2


ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

คำถาม
1.
คนกรุงเทพฯ" โดยในปีนี้ได้ทำการสำรวจเชิงคุณภาพระหว่างวันที่ใด
2.คาดการณ์ว่ากิจกรรมต่างๆในช่วงเทศกาลตรุษจีนก่อให้เกิดอะไร
3.เทศกาลตรุษจีนปี 53 : คนกรุงฯใช้จ่ายเม็ดเงินสะพัด 19,600 ล้านบาท...เพิ่มขึ้นกี่%

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แบงก์พาณิชย์อู้ฟู่โกยกำไร 8 หมื่นล้านบาท

แบงก์พาณิชย์อู้ฟู่โกยกำไร 8 หมื่นล้านบาท

จัดทำบทความโดย
นางสาวจตุพร อุทัยบุรมย์ 5001208077

เผยผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2552 ใกล้เคียงกับปี 2551 มีกำไรจากการดำเนินงาน 165,500 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 82,900 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง..

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 52 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 51 โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 165,500 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 82,900 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง ขณะที่รายได้ ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการกันสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลงเล็กน้อย

ทั้ง นี้ จากข้อมูลล่าสุดเฉพาะไตรมาส 4 ของปี 52 พบว่าผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ ในเกณฑ์ที่ดีและใกล้เคียงกับก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ โดยรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์มาจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังขยายตัวดีต่อ เนื่อง ขณะที่การกันสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลง โดยหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยอดคงค้างสินเชื่อเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนที่ขยายตัวสูงในไตรมาสนี้ ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อน แม้จะมีการลดลงของรายได้ดอก แต่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงมากกว่า ตามมาตรฐานเงินฝากที่ลดลงจากการย้ายเงินออมของผู้ฝากเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาทิ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตร ธปท. และตราสาร ทางการเงินต่างประเทศ.

แหล่งที่มา:http://www.thairath.co.th/content/eco/62303

คำถามท้ายเรื่อง
1.ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2552 มีกำไรจากการดำเนินงาน เท่าไหร่
2.ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2552 มีกำไรสุทธิ เท่าไหร่
3.ไตรมาสที่4 เมื่อเทียบกับปี 51 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยเพิ่มขึ้นกี่ %

"พาณิชย์"วอนผู้ผลิตตรึงราคาสินค้าหวั่นกระทบการใช้จ่ายปชช.


"พาณิชย์"วอนผู้ผลิตตรึงราคาสินค้าหวั่นกระทบการใช้จ่ายปชช.

จัดทำบทความโดย
น.ส.ภัทรภร วัฒนจตุรพร
เลขทะเบียน 5001208045

“พรทิวา” กล่อมผู้ผลิตสินค้า ห้างค้าปลีก-ส่ง ตรึงราคาขายต่อ หลังประชาชนร้องเรียนข้าวของแพงหูฉี่ ห่วงกระทบเงินเฟ้อ...

เมื่อ วันที่ 4 ก.พ. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ผลิตสินค้าทุกกลุ่ม ทั้งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ อาหารกระป๋อง รวมถึงผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง และห้างสรรพสินค้า มาหารือ เพื่อรับทราบสถานการณ์สินค้าในช่วงต้นปี และขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าในรายการที่ยังตรึงราคาได้ต่อไปอีก หลังจากที่ความร่วมมือตรึงราคาสิ้นสุดลงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพราะประชาชนจำนวนมากร้องเรียนราคาสินค้าแพงผ่านสายด่วน 1569 ซึ่งหากราคาสินค้าปรับขึ้นในทันทีพร้อมกันหลายชนิด อาจกระทบต่อการใช้จ่ายภาคประชาชน ปัญหาเงินเฟ้อ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศได้

“กระทรวงจะให้ความเป็นธรรมกับ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ผลิต ไม่ใช่จะขอให้ตรึงราคาอย่างเดียว จนผู้ผลิตต้องแบกภาระขาดทุน และไม่สามารถขยายการผลิตได้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดี เพราะภาคอุตสาหกรรมจะไม่เติบโต ไม่มีการจ้างงานเพิ่ม เราจะต้องเข้าไปทำให้ราคาสินค้าสมดุล ระหว่างคนซื้อ คนผลิต คนขาย หากสินค้าใดมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง ก็พร้อมพิจารณาตามเหตุผล แต่ราคาสินค้าไม่น่าจะปรับขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะในภาวะที่เศรษฐกิจยังฟื้นไม่เต็มที่ กำลังซื้อประชาชนยังไม่มาก การขึ้นราคาจะกระทบยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดได้” นางพรทิวา กล่าว

ที่มา
http://www.thairath.co.th/content/eco/63073

คำถาม
1. หมายเลขด่วนแจ้งสินค้าราคาแพงคือหมายเลขใด
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชื่ออะไร
3. สินค้าที่จะตรึงราคาได้แก่สินค้ากลุ่มใด

เอกชนคาดตรุษจีน53 เงินสะพัด 3.5 หมื่นล้าน

จัดทำบทความโดย
นายชนินทร์ เนติภารัตนกุล เลขทะเบียน 5001208047

เอกชนคาดตรุษจีน53 เงินสะพัด 3.5 หมื่นล้าน


เทสโก้ โลตัส คาดตรุษจีนปี 53 ทำเงินสะพัดในประเทศประมาณ 35,000 ล้าน เพิ่มจากปีก่อน 5%เหตุผู้บริโภคมั่นใจปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจมากขึ้น..

เมื่อ วันที่ 4 ก.พ.นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญสำหรับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ เป็นเทศกาลสำหรับครอบครัว และผู้บริโภคก็ต้องการที่จะจับจ่ายสินค้าที่คุ้มค่าในราคาประหยัดเพื่อ เตรียมรับเทศกาล ซึ่งคาดว่าปีนี้มูลค่าการจับจายซื้อของ การจัดเลี้ยง และการท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนจะทำให้เงินสะพัดภายในประเทศประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญสำหรับยอดการจับจ่ายที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นคือ การที่ผู้บริโภคมีความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจมากขึ้น

นาย ดามพ์ กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าทั่วประเทศ ในปีนี้ลูกค้าชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่มากกว่า 70% ต้องการความหลากหลายในการเลือกซื้อสิ่งที่ใช้ในการไหว้ โดยเน้นซื้อแยกเดี่ยวเพื่อนำไปจัดเองตามความต้องการ มากกว่าซื้อชุดไหว้ที่จัดไว้สำเร็จ นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังนิยมการเปรียบเทียบราคาของสินค้าในช่วงก่อน เทศกาลก่อนตัดสินใจจับจ่าย

ทั้งนี้ ผลสำรวจยังเผยว่าการจัดโต๊ะไหว้ที่ถูกต้อง พร้อมวีดิทัศน์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด เทสโก้ โลตัส จึงเชิญอาจารย์ทศพร ศรีตุล หรือที่รู้จักกันในนามซินแสช้าง ผู้ศึกษาค้นคว้าและเชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ยและวัฒนธรรมจีน มาให้ความรู้และคำแนะนำทั้งในเรื่องการไหว้เจ้าที่ถูกค้องตามประเพณีให้ ลูกค้า พร้อมเคล็ดลับการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อต้อนรับตรุษจีนและเสริมมงคลในปี ขาล.

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/eco/63044)

คำถาม
1.เอกชนคาดตรุษจีน53 เงินสะพัดประมาณเท่าไหร่
2.ลูกค้าชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่มากกว่ากี่เปอร์เซ็นต้องการความหลากหลายมากขึ้น
3.เงินสะพัดภายในประเทศประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณกี่เปอร์เซ็น

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

บัวหลวงทุ่ม 2หมื่นล้านไปจีน

บัวหลวงทุ่ม 2หมื่นล้านไปจีน

จัดทำบทความโดย
น.ส.ภัทรภร วัฒนจตุรพร
เลขทะเบียน 5001208045

ธนาคารกรุงเทพ ทุ่ม 2 หมื่นล้านบาท เปิดธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) เปิดให้บริการแล้ว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ของธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการของธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดดำเนินการ Bangkok Bank (China) Company Limited เป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านเรนมินบิ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท)
ทั้งนี้ ได้มีการชำระทุนเต็มมูลค่าทั้งหมด โดยธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100% ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) นี้ จะนับเป็นธนาคารท้องถิ่น (Wholly Foreign-Funded Bank) โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้
สำหรับการตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนสถานะสาขา 4 แห่ง ของธนาคารในสาธารณรัฐประชาชน จีน ได้แก่ สาขาเซี่ยงไฮ้ สาขาปักกิ่ง สาขาเซียะเหมิน และสาขาเสิ่นเจิ้น เป็นธนาคารท้องถิ่น ซึ่งไม่มีผลกระทบต่องบการเงินรวมของธนาคาร
นายชาติศิริ กล่าวว่า ช่วงแรกจะยังคงมี 4 สาขาในประเทศจีน เท่าเดิม คือ สาขาเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซียะเหมิน และเสิ่นเจิ้น เป็นลักษณะการโอนบัญชีทรัพย์สินให้เป็นของธนาคารกรุงเทพประเทศจีน โดยจะเป็นองค์กรที่มีคณะกรรมการบริหารและการดำเนินธุรกิจเป็นเอกเทศ ไม่ได้ขึ้นต่อกิจการธนาคารต่างประเทศเหมือนเช่นที่ผ่านมา
คณะกรรมการธนาคารใหม่นี้ นายชาติศิริจะเป็นประธานกรรมการ นายประสงค์ อุทัยแสงชัย ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ และนายสุวัชชัย ทรงวานิช เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมผู้บริหารและพนักงานประจำราว 100 คน
สำหรับแผนการขยายสาขานั้น ตามกฎของทางการจีนได้กำหนดไว้ว่าทุก 6 เดือน ธนาคารสามารถ ขออนุญาตเปิดสาขาเต็มรูปแบบได้ 1 แห่ง ส่วนสาขาย่อยจะเปิดจำนวนเท่าใดไม่มีการกำหนด ดังนั้น ธนาคารก็จะยื่นขอเปิดสาขาตามสิทธิที่ได้รับ โดย 10 ปีแรก กำหนดในแผนงานที่จะเปิดสาขาไม่ต่ำกว่า 50 สาขา โดยจะเป็นสาขาเต็มรูปแบบ 20 สาขา และสาขาย่อย 30 สาขา
ทั้งนี้ ทุกสาขาสามารถทำธุรกรรมเป็นสกุลเงินเหรินหมินปี้ได้ควบคู่ไปกับสกุลเงินตราต่างประเทศอื่นๆ โดยธนาคารมีแผนที่จะขยายบริการธนาคารบุคคลไปตามสายลูกค้าธุรกิจที่ธนาคารมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ส่วนทำเลที่ตั้ง ก็จะเป็นจุดสำคัญทางธุรกิจ และแหล่งที่ตั้งโรงงานในทุกมณฑล
สำหรับรูปแบบการให้บริการนั้น หลักๆ ธนาคารยังให้บริการรองรับนักธุรกิจและนักลงทุนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีนเป็นหลักเช่นเดิม ทั้งทางด้านสินเชื่อ บริการเพื่อธุรกิจส่งออกและนำเข้า บริการโอนเงิน บริการบริหารเงิน เป็นต้น และในฐานะธนาคารท้องถิ่น (Wholly Foreign-Funded Bank) ทำให้ธนาคารสามารถขยายบริการไปยังลูกค้าท้องถิ่น
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้แสดงถึง สายสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่นับวันจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในภูมิภาคนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ที่มา
http://www.posttoday.com/finance.php?id=82777

คำถาม
1. ธนาคารได้เปิดดำเนินการ Bangkok Bank (China) Company Limited เป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยทุนจดทะเบียนเท่าไหร่
2. ใครเป็นผู้ถือหุ้นของ ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) และถือหุ้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ (คิดเป็นเปอร์เซ็นต์)
3. แผนการขยายสาขานั้น ตามกฎของทางการจีนได้กำหนดระยะเวลาไว้เท่าไหร่ ที่ธนาคารสามารถขออนุญาตเปิดสาขาเต็มรูปแบบได้ 1 แห่ง