นายชนินทร์ เนติภารัตนกุล เลขทะเบียน 5001208047
เปิดทางบ.ร่วมทุน ซื้ออีลิทการ์ด 'กรณ์'ทำใจส่อยุบ
ครม. เศรษฐกิจเปิดร่างทีโออาร์ขายอีลิทการ์ด เปิดทางให้บริษัทร่วมทุนต่างชาติซื้อกิจการได้โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วและ สินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท "ชุมพล" ตั้งเป้าราคาขาย 2-3 พันล้านบาท...
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ได้พิจารณาร่างทีโออาร์ กำหนดคุณสมบัติเอกชนที่เสนอซื้อกิจการบริษัท ไทยแลนด์พริวิเลจ การ์ด ผู้บริหารบัตรสมาชิกพิเศษอีลิทการ์ด โดยกำหนดให้ผู้ซื้อกิจการต้องมีบุคลากรระดับผู้บริหารที่มีประสบการณ์ดำเนิน ธุรกิจโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 5 ปี ต้องเป็นนิติบุคคลตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือร่วมทุนระหว่างนิติบุคคลไทยกับนิติบุคคลต่างประเทศในรูปแบบกิจการร่วม ค้า ต้องมีสถานะการเงินมั่นคง มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ในกรณีกิจการร่วมค้าโดยบริษัทหลักต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและสินทรัพย์สุทธิไม่น้อยกว่า 50ล้านบาท
นาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า คาดว่ากระบวนการขายกิจการบัตรอีลิทการ์ดให้กับเอกชนจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน หรือประมาณเดือน ก.พ. 2553 โดยมูลค่าที่คุ้มค่าต้องไม่ต่ำกว่า 2-3 พันล้านบาท เพราะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือหุ้น 100% และลงทุนไปแล้ว 500 ล้านบาท ขณะที่มีสินทรัพย์ประมาณ 54 ล้านบาท มีหนี้สินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ ที่สำคัญกระทรวงการคลังเห็นว่าการขายบริษัทต้องมีค่า Good will หรือค่าความนิยมของบริษัทด้วย ทั้งนี้ เงื่อนไขหลักของทีโออาร์จะเป็นไปตามมติ ครม. คือ บริษัทที่สนใจซื้อกิจการต้องรับภาระทั้งหมดของบริษัท รวมถึงพนักงานไปด้วย โดยที่รัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์ในเรื่องการถือครองวีซ่าตลอดชีพ แต่ต้องต่ออายุทุก 5 ปี และการอำนวยความสะดวกในการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวพิเศษ
ด้าน นายกรณ์ จาติวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มูลค่าที่จะขายให้เอกชนต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีในปัจจุบัน หากไม่มีเอกชนรายใดให้ความสนใจก็ต้องยุบเลิกบริษัทและโอนให้ ททท. ดูแลสมาชิกรายเดิมตามสัญญาที่มีอยู่เดิม โดยไม่มีการขายหรือหาสมาชิกใหม่เข้า มาอีก ยอมรับว่ารัฐบาลต้องการยุบเลิกโครงการนี้ เพราะโครงการนี้ล้มเหลวมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่คิด เป็นโครงการที่ล้มเหลว ขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด ปัจจุบันมีเงินสดเหลือ 304 ล้านบาทเท่านั้นแต่ขาดทุนเป็นพันล้านบาท ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับชาติและมีปัญหาคาราคาซัง
"น่าเหลือเชื่อ ว่า เงื่อนไขที่ให้กับสมาชิกเป็นแบบตลอดชีวิตและให้ทายาทใช้ได้ต่ออีก 30 ปี ซึ่งผิดหลักการ และเป็นไปได้ว่าเป็นโครงการที่ต้องการค่าคอมมิชชั่นจากการขายโดยโฆษณาให้ ประชาชนเข้าใจว่าบัตรสมาชิกใบละ 1 ล้านบาทจะเป็นรายได้เข้าประเทศทั้งหมด แต่ที่จริงแล้วมีเงินรายได้เพียง 7 แสนบาท" นายกรณ์ กล่าว.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/eco/53386)
คำถาม
1.ครม.เศรษฐกิจ ได้พิจารณาร่างทีโออาร์ ต้องมีมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่าเท่าไหร่
2.กระบวนการขายกิจการบัตรอีลิทการ์ดให้กับเอกชนจะแล้วเสร็จภายในกี่เดือน
3.รัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์ในเรื่องการถือครองวีซ่าตลอดชีพ แต่ต้องต่ออายุทุกกี่ปี
1.สินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
ตอบลบ2.2 เดือน
3.ต่ออายุทุก 5 ปี
นางสาว มณีนาจ ประเสริฐสิงห์กุล เลขทะเบียน 5001208043
1.สินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
ตอบลบ2.2 เดือน
3.ต่ออายุทุก 5 ปี
นายอิสรา ขจรศักดิ์ชุติกุล 5001208023